วัดธรรมามูลวรวิหาร

Category: Uncategorised Published: Sunday, 21 January 2018 Written by Super User

หลวงพ่อธรรมจักร ประดิษฐาน ณ พระวิหารด้านหน้าวัดธรรมามูลวรวิหารบริเวณเชิงเขาธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า พระมหาธรรมราชา กษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย ทรงสร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๒๐
ตามตำนานกล่าวว่าหลวงพ่อธรรมจักรลอยน้ำมา เมื่อมาถึงหน้าวัด พระและชาวบ้านจึงอัญเชิญประดิษฐานอยู่ในวิหาร เป็นพระพุทธรูปศิลปะร่วมสมัย เชียงแสน–สุโขทัย สร้างด้วยปูนปั้นปางห้ามญาติประทับยืนบนฐานดอกบัว พระหัตถ์ทรงยกขึ้นเสมอพระอุระ หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ในฝ่าพระหัตถ์ขวาที่ยกขึ้นมีรูปธรรมจักรติดอยู่ แปลกกว่าพระพุทธรูปทั่วไป เป็นลักษณะหนึ่งของมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ จึงได้นามว่า หลวงพ่อธรรมจักร

ประวัติหลวงพ่อธรรมจักรนั้น ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานแน่ชัด มีเพียงตำนานเล่าสืบกันมาแต่โบราณว่า มีผู้พบพระพุทธรูปลอยน้ำมาตามแม่น้ำเจ้าพระยามาพร้อมกัน ๓ องค์ ได้แก่ หลวงพ่อโสธร (วัดโสธรวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา) หลวงพ่อวัดบ้านแหลม (วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม ) และหลวงพ่อธรรมจักร (วัดธรรมามูลวรวิหาร จังหวัดชัยนาท) บ้างกล่าวว่ามีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งคือ หลวงพ่อวัดไร่ขิง ลอยน้ำตามมาด้วย แต่สำหรับหลวงพ่อธรรมจักรนั้น เมื่อลอยมาถึงบริเวณหน้าวัดธรรมามูล ปรากฏว่าได้ลอยวนเวียนอยู่แถวนั้น พระภิกษุและชาวบ้านจึงได้ทำพิธีอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัด โดยนำเชือกพร้อมด้ายสายสิญจน์ผูกกับพระพุทธรูป แต่ไม่สามารถดึงขึ้นมาได้ จนกระทั่งตกเย็นจึงแยกย้ายกันกลับ โดยวางแผนว่าจะมาดึงในวันรุ่งขึ้น ในตอนเช้าวันต่อมาชาวบ้านต่างแปลกใจ เมื่อไม่พบพระพุทธรูปซึ่งได้ผูกไว้ที่ชายน้ำ ต่างคิดว่าพระพุทธรูปได้หลุดลอยน้ำไปแล้วจึงแยกย้ายกันกลับ แต่ปรากฏว่าได้มีผู้พบเห็นพระพุทธรูปองค์ที่ลอยน้ำมานั้น ได้มาประดิษฐานปิดขวางทางเข้าประตูวิหารวัดธรรมามูล ซึ่งอยู่ที่บริเวณไหล่เขา จึงได้เรียกชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างให้ขึ้นไปดู ซึ่งทำให้เกิดความแปลกใจ และเกิดความศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อธรรมจักร จึงร่วมกันต่อเติมพระวิหารออกมาอีกหนึ่งช่วงรวมเป็น ๓ ช่วง จากคำบอกเล่า เมื่อองค์หลวงพ่อประดิษฐานอยู่ได้ ๓ วัน ก็ได้หายไปจากพระวิหาร และกลับมาประดิษฐานดังเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมีโคลนและจอกแหนติดเปื้อนมาด้วย ชาวบ้านจึงนำโซ่มาผูกไว้เพื่อไม่ให้หลวงพ่อหายไปอีก ต่อมามีชายต่างถิ่นล่องแพมาจากทางเหนือ เพื่อตามหาพระพุทธรูป เมื่อมาถึงวัดธรรมามูลจึงได้พบพระพุทธรูปที่กำลังตามหาอยู่ ขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำชายผู้นั้นจึงได้อาศัยนอนอยู่ที่วัด เพื่อรอเวลาอัญเชิญองค์หลวงพ่อกลับไปประดิษฐาน ณ วัดเดิมในเวลาเช้า แต่กลับฝันว่าหลวงพ่อไม่ขอกลับ แต่จะขออยู่ที่วัดธรรมามูลวรวิหาร ครั้นรุ่งเช้าเขาจึงลาท่านสมภารเพื่อเดินทางกลับบ้าน และได้ขอถอดเอา "จักร" ที่ฝ่าพระหัตถ์องค์หลวงพ่อกลับไป นับแต่นั้นมาหลวงพ่อก็ไม่หายไปไหนอีก ชาวบ้านจึงได้นำโซ่ออกและได้ร่วมกันสร้าง "จักร" ขึ้นมาใหม่ โดยจัดงานสมโภชกันต่อเนื่องทุกปีจนถึงทุกวันนี้ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้มีชาวบ้านมากมายเดินทางมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักรไม่ขาดระยะ

หลักฐานจากจารึกในแผ่นหินอ่อนที่โคนด้านบนเสาต้นกลางของซุ้มบันไดของวัดธรรมามูลวรวิหารว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักรด้านซ้ายเป็นแผ่นหินอ่อนของเดิม ด้านขวาเ้ป็นแผ่นหินอ่อนที่สร้างขึ้นมาใหม่

หลวงพ่อธรรมจักร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดชัยนาท ประชาชนจังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง มีความเลื่อมใสศรัทธาว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธ์มาก เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนทั่วไป จังหวัดชัยนาทนำสัญลักษณ์พระธรรมจักรมาเป็นสัญลักษณ์และตราประจำจังหวัดชัยนาท ส่วนน้ำจากหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักรถึง ๓ ครั้ง คือใน ร.ศ.๑๒๐ ร.ศ.๑๒๕ และ ร.ศ. ๑๒๗ มีข้อความปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์ประพาสต้น มีพระราชหัตถเลขา (จดหมาย) ฉบับที่ ๘ เดือน ตุลาคม ร.ศ. ๑๒๐ ถึงกรมหลวงเทวะโรปการ ความว่า ...เวลาเช้า ๓ โมงเศษ ถึงธรรมามูลขึ้นเขามีราษฎรอยู่มาก พระวิหารใหญ่หลังคาพังทลายลงทั้งแถบจำต้องปฏิสังขรณ์ เมื่อนมัสการพระ แจกเสมาราษฎรแล้วลงเรือเดินทางต่อมาอีก... ส่วนพระราชหัตถเลขาฉบับลงวันที่ ๙ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๕ ทรงบันทึกไว้ว่า ... บ่าย ๒ โมงครึ่ง ได้ออกเรือแวะที่โรงทหาร ( คือที่ตั้งศาลากลางปัจจุบัน) ขึ้นตรวจแถว กลับจากโรงทหารขึ้นมาถึงธรรมามูล ๔ โมงครึ่ง ข้ามไปถ่ายรูปที่หาด ตรงข้ามจนเย็น จึงเข้าเรี่ยไรปฏิสังขรณ์ศาลาและพระวิหารใหม่... และสันนิษฐานว่าสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีจะตามเสด็จมาด้วย ซึ่งมีหลักฐานจากจารึกในแผ่นหินอ่อนที่โคนด้านบนเสาต้นกลางของซุ้มบันไดของวัดธรรมามูลวรวิหาร
นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังได้เสด็จมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักร ณ วัดแห่งนี้ด้วย มีข้อความเป็นหลักฐานที่ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือสาส์นสมเด็จลงวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๑ เป็นลาย พระหัตถ์ที่ทรงมีถึงสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ความตอนหนึ่งว่า ...เมื่อปีแรกที่หม่อมฉันเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยใน พ.ศ. ๒๔๕๓ ขึ้นไปตรวจราชการหัวเมืองเหนือเมื่อฤดูน้ำ ได้พระราชทานกฐินหลวงไปทอดที่วัดธรรมามูลด้วย หม่อมฉันไปพักแรมที่เมืองชัยนาท รุ่งเช้าออกจากเมืองชัยนาทขึ้นไปบนเขาธรรมามูล…
ด้วยเหตุที่วัดเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และมีแม่น้ำไหลผ่าน ในสมัยก่อนตรงบริเวณหน้าวัดจะเป็นสถานที่จัดงานแข่งเรือของชาวชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และนครสวรรค์ ซึ่งเป็นงานใหญ่มากในสมัยนั้น แต่ในปัจจุบันนี้มีงานประจำปีเพื่อสมโภชปิดทองหลวงพ่อธรรมจักรปีละ ๒ ครั้ง คือในวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ และวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ นับเป็นงานประจำปีที่ใหญ่แห่งหนึ่งของ จังหวัดชัยนาท
กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๘

 

ภาพประวัติศาสตร์ เมื่อครั้ง เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมการก่อสร้างเขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2498 และได้มากราบนมัสการหลวงพ่อธรรมจักร ที่วัดธรรมามูลวรวิหาร

Hits: 114