วีระบุรุษลุ่มแม่น้ำน้อย

Category: Uncategorised Published: Sunday, 21 January 2018 Written by Super User

 

 

"ขุนสรรค์” บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เมืองสรรคบุรี เมื่อปีระกาพุทธศักราช ๒๓๐๘ ประมาณ ๒๔๐ ปีเศษล่วงมาแล้ว พม่าได้ยกทัพมาตีหัวเมืองใหญ่น้อยแตกพ่าย จนกระทั่งไปหยุดยั้งอยู่ ณ บ้านบางระจัน ไม่อาจฝ่าแนวต้านทานของชาวบ้านบางระจันที่จับอาวุธขึ้นสู้ปกป้องมาตุภูมิ คนไทยที่รวมตัวกันครั้งนั้นเพียง ๔๐๐ คนเศษ แต่ก็สู้ด้วยเลือดแห่งความรักและหวงแผ่นดินของทุกคน 
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือ “ไทยรบพม่า” ตอนหนึ่งทรงเล่าไว้ว่า 
...ชาวบ้านรวบรวมชายฉกรรจ์ได้ ๔๐๐ คน มีหัวหน้าชื่อ ขุนสรรค์ นายพันเรืองเป็นกำนัน นายทองเหม็น , นายจันหนวดเขี้ยว , นายทองแสงใหญ่ ช่วยกันตั้งค่ายขึ้น ได้นิมนต์พระอาจารย์โชติ วัดเขานางบวช แขวงเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งชาวบ้านนับถือว่าเป็นผู้รู้วิทยาคมมาเป็นกำลังใจ อนุสรณ์แห่งความหลังยังปรากฏอยู่ คือ ซากโบสถ์ วิหาร และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เวลาชาวบ้านบางระจันจะออกรบ พระอาจารย์ธรรมโชติได้ให้ทุกคนลงอาบน้ำในสระ ซึ่งสระนี้ถือว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และมหัศจรรย์ ปรากฏว่าชาวบ้านบางระจันสามารถต่อสู้พม่าเอาชนะได้ถึง ๗ ครั้ง ๗ หน จนพม่าหวั่นไหวเกรงกลัวฝีมือคนไทยในการรบพุ่งของชาวบ้านบางระจัน...
ในวันที่ ๑๙ มกราคมของทุกปี ชาวชัยนาทโดยเฉพาะชาวอำเภอสรรคบุรี จะทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณขุนสรรค์ ท่านเป็นบุคคลทางประวัติศาสตร์ไทยคนหนึ่ง ขุนสรรค์เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจันที่ช่วยกันต่อสู้พม่าเพื่อรักษาแผ่นดินเกิดอย่างกล้าหาญ จนได้รับขนานนามว่า “วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย” 

อนุสาวรีย์ขุนสรรค์ ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี ซึ่งห่างจากตัวจังหวัดชัยนาท ๒๐ กิโลเมตร ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงเป็นครั้งที่ ๒ ได้เกิดวีรชนค่ายบางระจัน ซึ่งได้รวมตัวกันต่อสู้กับพม่า โดยมีพระอาจารย์ธรรมโชติเป็นผู้นำ ขุนสรรค์ก็เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจัน ที่ร่วมกันต่อสู้กับพม่าอย่างกล้าหาญ เชื่อกันว่าขุนสรรค์ชาวเมืองสรรคบุรี มีตำแหน่งเป็น กำนันปกครองเมืองสรรค์ ได้รวมไทยอาสาป้องกันชาติออกรบเป็นหน่วยกล้าตาย เข้าต่อสู้กับทัพพม่าถึง ๗ ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีกำลังน้อยและถูกโต้ตอบด้วยปืนใหญ่ และปืนเล็ก จนในที่สุดขุนสรรค์และพรรคพวกก็เสียชีวิต หลังจากที่ได้พยายามต่อสู้กับทัพพม่าอย่างห้าวหาญ แม้จะทำการไม่สำเร็จแต่ก็ได้ฝากชื่อเสียงไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจ 
ชาวชัยนาททุกคนโดยเฉพาะชาวอำเภอสรรคบุรีไม่เคยลืมวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของขุนสรรค์ และให้การยกย่องว่าเป็นไทยอาสาป้องกันชาติ คนแรกของอำเภอสรรคบุรี ชาวอำเภอสรรคบุรี ตระหนักถึงความสำคัญ และภาคภูมิใจในวีรกรรมของบรรพบุรุษ จึงได้รวบรวมทรัพย์สินเงินทองก่อสร้างรูปจำลอง “ขุนสรรค์” ขึ้นเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๕ โดยเชิญนายมนตรี ตระหง่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานเททองหล่อรูปจำลอง ณ วัดวิหารทอง ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี เสร็จแล้วนำมาประดิษฐานบนแท่นยืน ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ สรรคบุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ชนรุ่นหลัง

อนุสาวรีย์ขุนสรรค์ ขนาดสูง ๒.๕๐ เมตร ใช้เงินทุนทั้งสิ้น๔๐๐,๐๐๐ บาท และได้ทำพิธีเปิดและสมโภชครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๒๖ หลังจากนั้นทุก ๆ ปี ก็มีการบวงสรวงและสมโภชสืบมานับเป็นประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญประเพณีหนึ่ง 

 

ประวัตินายกองสานถึง (พ่อขุนสรรคฺ์) วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย จากคำบอกเล่าของลุงขาว วิทยา ภู่เกิด

ก่อนที่ผู้เขียนจะทำการจดปลายปากกา เขียนประวิตย่อของพ่อขุนสรรรค์วีระบุรุษผู้มากความสามารถ หรือที่คนไทยกล่าวขานขนานนาม พ่อขุนสรรค์คือหนึ่งในวีระชนคนค่ายบางระจัน ที่ข้าศึกเพียงได้ยินชื่อก็กลัวจนไม่อยากจะต่อกรด้วย วีระกรรมที่คนค่ายบางระจันได้สร้างชื่อเสียงไว้เมื่อคราวสงครามทัพพม่ายกมาตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ ๒๓๐๙ 

การรบพุ่งด้วยศาสตราวุธของมีคม ไม่เคยระคายผิวพ่อขุนสรรค์แม้แค่เล็บแมวข่วน

ท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่านประวิตพ่อขุนสรรค์ผู้เขียนมิได้เขียนจากจินตนาการหรือการเดาสุ่ม การเขียนประวัติบุคคลคนสำคัญย่อมมีที่มาที่ไปตลอดจนหาหลักฐานมาอ้างอิงจากหนังสือในพงสาวดารหลายๆ เล่ม

และจากการบอกเล่าของเครือญาติ ชั้นที่๔ ซึ่งได้ให้ข้อมูลปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ ท่านแรกคือคุณยายยี คงปลิก
อยู่บ้านเลขที่ หมู่ที่๘ ต.เที่ยงแท้ อ. สรรค์บุรี จ. ชัยนาท ท่านที่ ๒คือ ป้าลมุด รุ่งสังข์ภรรยาอาจารย์โปร่ง 

รุ่งสังข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระแก้ว ท่านที่๓ คือแม่เผือด อุยตระกูลประวิตพ่อขุนสรรค์นั้นไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นคนเกิดณ 

หมู่บ้านใด รู้แต่เพียงว่าเป็นคนสนิทมักคุ้นกับพระเจ้าเสือ เมื่อครั้ง่พระเจ้าเสือออกจากตัวเมืองตระเวณหาวิชา 

ความรู้ตามหัวเมืองต่างๆ ตามคำบอกเล่าของยายยี คงปลิก และป้าลมุด รุ่งสังข์ ทั้งสองท่านนั้นได้รับการบอกกล่าว

จากคุณยายส้มลิ้ม ศรีนวล ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตของยายศรีวรรณ สำหรับยายศรีวรรณนั้นเป็นบุตรสาวของพ่อขุนสรรค์ ซึ้งเกิดจากยายคงภรรยาของพ่อขุนสรรค์ ยายคงนั้นมีบุตรสาว ๑คน และบุตรชาย ๑ คน
สงครามสร้างวีระบุรุษนั้นคือจุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของพ่อขุนสรรค็ผู้ไม่เคยสนใจอิสตรีเพศเลยแม้แต่น้อยเนื่องจาก

ขุนสรรค์นั้นชอบทางวิชาอยู่ยงคงกะพัน เมื่อคราวเขมรแข็งข้อทางอยุธยาได้แต่งตั้ง ขุนหลวงสุภาวดีเป็นแม่ทัพไปปราบเขมร ในการศึกครั้งนั้นนายกองแม่นปืนที่ชื่อสานถึง ( ชื่อพ่อขุนสรรค์ก่อนที่จะได้รับโปรดเกล้า ) ได้มีโอกาศแสดงความสามารถโดยได้รับความเห็นชอบจากหลวงสุภาวดีแม่ทัพอยุธยาคราวยกไปปราบเขมร ปี พ.ศ ๒๒๘๗ คัดเลือกทหารหาญที่มีความสามารถในการใช้ปืนคาบศิลา ซึ่งผ่านการฝึก ฝนจากชาวโปรตุเกตุ 

หนึ่งในทหารแม่นปืนที่ผ่านการคัดเลือกนายกองแม่นปืนที่ชื่อสานถึง ได้มีโอกาสร่วมทัพอยุธยาคราวยกไปปราบเขมร 

ครั้นเมื่อกองทัพอยุธยากลับถึงเมืองหลวงความดีความชอบของนายกองสานถึงทราบถึงพระเนตรพระกันฑ์ 

เจ้าฟ้ามหากษัติย์แห่งอยุธยา ได้ทรงโปรดเกล้ามอบรางวัล แต่งตั้งให้นายกองแม่นปืน ทัพอยุธยาเป็น 

ขุนรักษาเมืองสรรค์บุรี พร้อมทั้งพระราชทานให้นำเฉลยเขมรพร้อมทั้งสาวคงมาครองเมืองสรรค์ตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๒๘๗ ขุนสรรค์ได้พาภรรยาพร้อมทั้งเฉลยเขมรมาตั้งบ้านเรือนอยู่ ที่ หมู่ที่ ๑๐ ต. แพรกศรีราบริเวณเขตบ้านของพ่อขุนสรรค์นั้น

มีบางหรือลำน้ำเล็กร้อมรอบ เท่าที่ผู้เขียนพอจะทราบจจากปากของผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังด้านเหนือมีบางแยกจาก

แม่น้าน้อยบซึ่งขณะนื้ได้มีชาวบ้านได้บุกรุกเข้าอยู่อาศัยเหนือบริเวณบ้านผู้ใหญ่ประสิทธิ์ จาดแดง 

ด้านใต้จดบ้านนายแผ้ว ศรีนวล ซึ่งปัจจุบันมีชาวบ้านยึดครองออกเอกสารสิทธิ์ 

เป็นที่อยู่อาศัย บางดังกล่าวได้ถูกชาวบ้านถมดินปลูกที่อยู่อาศัย 

ทิศตะวันตกติดถนนชลประทาน ระยะประมาณ ๓๐๐ เมตร

และเป็นเรื่องแปลกประหลาดกล่าวคือเมื่อคราวเกิดศึกสงครามทัพพม่ายกมาตีกรุงศรีอยุธยา 

ข้าศึกมิได้ทำลายหมู่บ้านบางน้ำพระ 

 

Hits: 124